สวัสดิการอาหารกลางวัน ช่วยให้เกิด work life balance ได้จริงเหรอ

Dec 11, 2019

Work Life Balance หรือ สมดุลในชีวิต เป็นคำพูดที่ฮิตมาก และทำได้ยากจริงๆ ก็ในเมื่อเวลางานกินเวลาชีวิตส่วนตัวไปซะเยอะ จะเอาที่ไหนมาสมดุล kinkao.co สงสัยมากว่าใครทำ.. ใครกันนะทำให้สมดุลชีวิตของพนักงานคนหนึ่งหายไป? 

  • พนักงานคนนั้นทำตัวเอง เพราะจัดการเวลาไม่ดี
  • เจ้านายเป็นคนทำ เพราะยัดงานให้จนไม่มีเวลาพักผ่อน

มันสามารถแบ่งออกได้ทั้งสองกรณี คือหนึ่งอาจเป็นที่พนักงานทำตัวเอง หรือเจ้านายเป็นคนทำก็ได้ แน่นอนว่าทุกอย่างมันส่งผลเสียต่อตัวพนักงาน และองค์กรไปพร้อมๆ กัน ไม่มีเวลาส่วนตัวเหลือให้พักผ่อน ก็พาลทำให้งานเละเทะไปด้วย

ไม่มี Work Life Balance สมดุลในชีวิต สุขภาพจิตแย่ งานก็แย่

บางคนก็ใจเย็นเหมือนน้ำแข็ง บางคนก็ใจร้อนอย่างกับไฟ และแต่ละคนก็มี Work-Life-Balance ไม่เท่ากัน บางคนก็มีปัญหาส่วนตัว ปัญหาเรื่องงาน ปัญหาเรื่องเงิน ปะปนกันไป แต่ที่สำคัญปัญหาทุกอย่างส่งผลต่อสุขภาพจิต และการงาน เอาเป็นว่ามันแย่ทั้งคู่ หากปล่อยให้พนักงานในองค์กรต้องต่อสู้กับความสมดุลในชีวิตเอง เช่น

  • บางคนทำงานหนัก ทำงานหามรุ่งหามค่ำ
  • มีความจำเป็นต้องรับงานเสริมเพราะเงินไม่พอใช้

นอกจากจะงานไม่มีประสิทธิภาพแล้ว สุขภาพของพนักงานก็ย่ำแย่ไปด้วย ต่อให้มี เบี้ยประกันสุขภาพกลุ่มที่แพงที่สุด ก็คงช่วยอะไรไม่ทันแล้ว ดังนั้น นายจ้างจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือในเรื่องนี้ เพื่อช่วยให้การทำงานและการใช้ชีวิต อยู่คู่กันไปได้อย่างสบายใจนั่นเอง หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญก็คือ สวัสดิการอาหารกลางวัน

ทำความเข้าใจก่อนว่า งาน และ ชีวิต มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครหลายคนคิดว่า สมดุลในชีวิตที่ดีต้องตัดขาดจากการติดต่อทุกอย่างในเรื่องของงาน ทั้งมิสคอลโทรตามเรื่องงาน อีเมลงาน ข้อความที่ส่งมาในแอปแชท และไม่มีการเอางานกลับไปทำที่บ้าน คิดแบบนั้นมันก็ถูก ชีวิตที่ปราศจากงาน ได้ดูแลคนที่บ้าน ใช้เวลากับตัวเอง ได้ทำอะไรที่อยากทำมันดีมากๆ

ส่วนคำว่า “งาน” ความหมายก็คงจะตรงกันข้ามกับ “ชีวิต” นั่นแหละ คือ ไม่มีเรื่องส่วนตัวมาเจือปน ไม่มีการโทรกันหาคนในครอบครัว ไม่มีเวลาพักผ่อนตามอัธยาศัย ไม่มีอีเมลที่ไม่เกี่ยวกับงาน แชทคุยก็มีแต่เรื่องงาน หมายความว่า ต้องมีรับผิดชอบอย่างมืออาชีพในทุกเวลา

ลองเอาทั้ง “งาน” และ “ชีวิต” มารวมเข้าด้วยกันแล้วก่อให้เกิด สมดุลชีวิตในการทำงาน ลองเปลี่ยนแนวคิดกันก่อนดูก่อนว่า งานคืออะไร ชีวิตคืออะไร แล้วมาจัดการปัญหาที่กำลังพบเจอ เช่น ลองจับเข่าคุยกันว่า ตอนนี้ไม่สามารถมาทำงานที่ออฟฟิศได้ เพราะมีเหตุผลบางประการ ขอทำงานที่บ้านได้มั้ย หรือ ทำงานไม่ไหว จนอยากลาออก ไม่มีความสุขในการทำงาน พร้อมเหตุผลที่เป็นไปได้ในการหยุดงานนั้นไว้ก่อน นี่อาจเป็นความสมดุลในชีวิตอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งก็ได้

แล้ว นายจ้าง ช่วยให้ พนักงานในองค์กร มีสมดุลในชีวิตได้ยังไง

ทุกองค์กรย่อมห่วงสุขภาพกายและสุขภาพใจของพนักงานอยู่แล้ว อย่างแรกสุดคือ การจับเข่าคุยกัน คุยกันตรงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในเรื่องของงาน รวมไปถึงเรื่องส่วนตัว (ถ้าเขาอยากจะเล่า) เพราะนี่คือการแสดงความใส่ใจที่พนักงานสัมผัสได้อย่างจริงใจ เช่น งานล้นมือจนเกินไป ลองจัดลำดับความสำคัญงานก่อนดีไหม น่าจะช่วยให้ทุกอย่างเป็นระเบียบมากขึ้น เพราะทั้งพนักงานในองค์กร สามารถแก้ไขปัญหาในที่ทำงานได้เสร็จ ความเครียดก็จะหายไป และพวกเขาก็จะมีเวลาว่างในการใช้ชีวิตของตัวเองหลังเลิกงานอีกด้วย

ในมุมของพนักงาน การได้หยุดงานไว้สักพัก ออกไปปลดปล่อยความเครียดในของงาน ในที่ไกลๆ จากความเครียดอย่างออฟฟิศ ได้อยู่ใน Safe Zone ของตัวเอง ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้ความเครียดหายไป ได้เจออะไรใหม่ๆ ได้ค้นพบไอเดียใหม่ๆ พอจิตใจแข็งแรง พนักงานในองค์กร ก็พร้อมที่จะกลับมาทำงานแล้ว

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ สมดุลในชีวิตหายไปคือ ความยืดหยุ่น ลองปรับเวลาให้พวกเขาจะดีมาก เช่น ให้เข้างานสายหน่อย หรือมาเช้ากว่าก็กลับเร็วกว่า รวมไปถึงมีกิจกรรมในออฟฟิศที่สร้างความครื้นเครงให้แก่พนักงาน เช่น เล่นบัดดี้ เป็นต้น การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในที่ทำงาน มีความยืดหยุ่นให้แก่พนักงาน ก็เป็นอีกแรงที่ช่วยให้ สมดุลในชีวิต กลับคืนมาได้

สวัสดิการ อาหารกลางวัน อาวุธลับ ช่วยกอบกู้ Work Life Balance

พนักงานในองค์กรทุกคนสามารถมีทั้ง งาน ชีวิตที่สมดุล และอาหารกลางวันไปพร้อมๆ กันได้ เชื่อไหมว่า สวัสดิการ อาหารกลางวัน ช่วยให้ สมดุลในชีวิต กลับมาคืนมาได้จริงๆ เพราะคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยๆ คือ ตอนเที่ยงกินอะไรดี หรือ กินข้าวที่ไหนดี และ ร้านอาหารใกล้ฉัน อยู่ที่ไหน มันคงดีกว่ามากๆ ถ้ามี สวัสดิการ อาหารกลางวัน แล้วพนักงานในองค์กรยังเลือกเมนูได้เองอีกด้วย

พนักงานถ้าเปรียบเสมือนฟันเฟือง อย่างที่ทุกคนรู้กัน ฟันเฟืองก็มีวันเหนื่อยเป็น ท้อเป็น และมีปัญหายุ่งเหยิงให้จัดการเหมือนกัน คงจะดีกว่าจริงๆ นั่นแหละ ถ้าบริษัทหรือองค์กรมี สวัสดิการ อาหารกลางวัน ให้ฟันเฟืองตัวน้อยๆ ข้อดีก็คือไม่ต้องไปต่อสู้กับผู้คนในร้านอาหาร แดดร้อนของประเทศไทย บ้างก็ฝนตก อย่างน้อยๆ ปัญหาที่น่าปวดหัวอย่าง เที่ยงนี้กินอะไรดี ก็น่าจะง่ายขึ้นมาก

สวัสดิการอาหารกลางวัน เป็นอาวุธลับทีให้พนักงานสานสัมพันธ์ได้ ต้องมีอย่างน้อย 1 คนในที่ทำงาน ที่ไม่ค่อยพูดหรืออกความเห็นอะไร แต่การได้กินข้าวด้วยกัน ช่วยให้เปลี่ยนเรื่องงานเป็นเรื่องอื่นๆ อาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้ เขาเหล่านั้นได้ออกความคิดเห็นอะไรบ้าง ซึ่งการที่กล้าออกความคิดเห็นให้คนหมู่มากรับรู้ หมายความว่า ความสนิทสนมระหว่างทีม กำลังจะเกิดขึ้น และคำว่า การทำงานเป็นทีม หรือ ทีมเวิร์ค ก็จะทำให้งานทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

และนี่คือเหตุผลที่ สวัสดิการอาหารกลางวัน จะช่วยให้เกิด สมดุลชีวิตในการทำงาน จริงอยู่ที่ว่า อาหารกลางวัน ก็เป็นแค่ส่วนเล็กๆ ในการแก้ไขปัญหานั้น แต่ก็คงดีกว่า การไม่คิดจะทำอะไรเลย เมื่อพนักงานเกิดปัญหาในที่ทำงาน ในมุมของพนักงาน นี่คือความใส่ใจอันยิ่งใหญ่ที่นายจ้างมีให้กับเรา

Kinkhao (Thailand) Co., LTD.

Kinkhao (Thailand) Co.,Ltd. (Head Office)
790/19, 1st Floor, No.19, Soi Sukhumvit 55 (Thonglor)
Klongtan Nuea, Wattana, Bangkok 10110
Tax ID: 0105559120641

Chat with us: www.fb.com/kinkao.co

Sales : 089-779-8168
Customers Service :083-702-4988