อะไรคือต้นเหตุ ที่ทำให้ ความสุขในการทำงาน หายไป?

Nov 7, 2019

การทำงาน จะมีเรื่องเครียดเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เช่น เครียดจากงาน เครียดจากเพื่อนร่วมงาน เครียดจากหัวหน้า ถ้าทุกอย่างประดังประเดมาพร้อมกัน เหมือนพายุที่โหมกระหน่ำและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มหันตภัยร้ายนี้ก็ทำให้คนคนหนึ่งยอมแพ้ได้เหมือนกัน คำว่ายอมแพ้อาจเป็น ” การลาออกจากงาน ” ก็ได้

ถ้าไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ต้องมาดูสังเกตกันสักหน่อยว่า ความสุขในการทำงาน ของพนักงานในองค์กรหายไปไหน อะไรเป็นต้นเหตุและจะเรียกคืนความสุขให้พวกเขาได้ยังไง ไม่มีใครอยากเสียบุคลากรไปหรอกเนอะ

อะไรคือต้นเหตุให้ ความสุขในการทำงาน ของคนในองค์กร หายไป

จริงๆ เรื่องพวกนี้ เจ้าของปัญหาน่าจะรู้อยู่แล้วว่า ความสุขในการทำงาน ของตัวเองหายไปเมื่อไหร่ แต่บางครั้งพวกเขาก็ไม่กล้าพูดมันออกมา เพราะบางปัญหาก็เกิดขึ้นจากตัวพวกเขาเอง แต่บางปัญหาเกิดขึ้นจากองค์กรนี่ ถ้าในกรณีของปัญาจากองค์กร คนที่เป็นหัวหน้า หรือเจ้านาย สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้

ไม่มีความสุขในการทำงาน เพราะ สภาพแวดล้อมการทำงาน ไม่ดี

สภาพแวดล้อมทำงานดี มีชัยไปกว่าครึ่ง หันไปทางไหนก็น่าดูน่ามอง การทำงานไหลลื่นไปด้วยดี การทำงานเป็นทีม (ทีมเวิร์ค) ก็แข็งแกร่ง ไม่มีการนำเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน ผลลัพธ์ของงานที่ออกมาต้องเจ๋งแน่ๆ แต่เส้นทางมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป บางพาร์ทของการทำงานเนี่ย มันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันเรื่องงานบ้าง ชีวิตมันจะได้มีรสชาติสักหน่อย ความคิดเห็นไม่ตรงกัน เถียงกันเรื่องงาน แต่พอเป็นเรื่องส่วนตัวก็เฮฮาปาร์ตี้ การทำงานแบบนี้ก็เข้าท่าดี

ที่บอกว่า สภาพแวดล้อมการทำงานไม่ดี ส่งผลให้ความสุขให้การทำงานหายไป คือเรื่องจริงมาก ลองนึกภาพดูว่า ถ้าต่างคนต่างทำงาน ไม่พูดจากัน ไม่ปรึกษาเรื่องงาน ทำงานใครงานมัน ไม่มีสอนงานกันเลย งมทำเองให้เสร็จ เวลาทักทายหัวหน้ายิ่งแล้วใหญ่ มีแค่ว่า “สวัสดีตอนเช้า” กับ “สวัสดีตอนเย็น” บางกลุ่มก็เกาะกันเป็นก้อน ไม่เปิดรับใคร รักแต่พวกพ้องตัวเอง แย่ที่สุดก็คือ หัวหน้าลำเอียง ทรีตคนไม่เท่ากัน นี่มันสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยิ่งกว่านรกชัดๆ

สวัสดิการพนักงาน ไม่เพียงพอ เลยไม่มีความสุขในการทำงาน

สวัสดิการพนักงาน ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ ความสุขในการทำงานของคนในองค์กรหายไปได้เหมือนกันนะ ถ้าว่ากันตรงๆ สวัสดิการพนักงาน ไม่ตอบโจทย์ในชีวิต หรือถูกลดสวัสดิการพนักงาน จากเดิมที่น้อยอยู่แล้ว ยังถูกลดลงอีกเนี่ยนะ! คงไม่ต้องมาแปลกใจแล้วว่า ทำไมพนักงาน ไม่มีความสุขในการทำงาน แล้วก็ ลาออกไป  ดังนั้น สวัสดิการพนักงาน คือ ผลประโยชน์ที่พนักงานในองค์กรได้รับ แล้วนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตประจำวัน ซึ่งสวัสดิการพนักงาน ที่องค์กรมอบให้ ยิ่งครอบคลุมเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีต่อพนักงานมากเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น

  • สวัสดิการอาหารกลางวัน อาหารกลางวันฟรี ช่วยประหยัดเงิน
  • Snack Bar ชา กาแฟ ขนมคบเคี้ยว อาหารว่างประทังชีวิต
  • รถรับส่งพนักงาน ประหยัดค่าเดินทางในแต่ละวันได้เยอะ
  • ค่าล่วงเวลา ทำงานเกินเวลา นี่คือการทุ่มเททำงานที่ดี
  • โบนัสประจำปี ผลกระกอบการองค์กรดีขึ้น ก็ควรมีเงินโบนัสให้
  • วันลาพักร้อน วันลาป่วย วันลากิจ พื้นฐานสวัสดิการพนักงานที่ต้องมีอยู่แล้ว
  • ประกันสังคม หักเงินเดือนละ 750 บาท ไม่ค่อยได้ใช้ แต่มีประโยชน์ในอนาคต
  • ประกันสุขภาพกลุ่ม ใช้สิทธิ์รักษาพยาบาล ผู้ป่วยนอก ได้ดีมาก
  • ท่องเที่ยวประจำปี ต่างจังหวัด หรือ ต่างประเทศก็ได้
  • กิจกรรมสนับสนุนความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เช่น เวิร์คช้อป

จริงๆ ยังมี สวัสดิการพนักงานอีกเยอะมาก ที่สร้างคุณภาพชีวิตให้ดีแก่พนักงาน ยิ่งสวัสดิการของพนักงานครอบคลุมเท่าไหร่ ยิ่งทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงานมากขึ้น แล้วถ้าไม่มีสวัสดิการพนักงานจะเครียดหนักกว่าเดิม เช่น

  • ป่วย ต้องรักษาพยาบาล ไม่มีประกันสุขภาพกลุ่ม ควักเงินจ่ายเอง
  • ทำงานมาทั้งปีอย่างเต็มที่ โบนัสประจำปีไม่มี ก็รู้สึกถูกเอาเปรียบ
  • ทุ่มเททำงานอย่างหนัก ทำงานล่วงเวลา ไม่มีเงินโอที ก็รู้สึกถูกเอาเปรียบ

จะนอนคิด นั่งคิด ตีลังกาคิด ก็รู้สึกไม่คุ้มค่า แถมยิ่งเป็นเรื่อง “เงิน” ยังรู้สึกถูกเอาเปรียบอีกต่างหาก ดังนั้น ความสุขในการทำงาน หายไปเลยไม่ใช่เรื่องแปลก

ใครจะมีความสุข หากหน้าที่การงานไม่ก้าวหน้า ไม่ได้พัฒนาความสามารถ

ใครๆ ก็อยากมี ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน กันทั้งนั้น เรื่องแบบนี้อยู่ที่ โอกาสของหัวหน้ามอบให้ และความพร้อมในเรื่องความสามารถ จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องซีเรียสอะไรขนาดนั้นว่า ฉันจะต้องได้เลื่อนตำแหน่ง เพียงแต่ การได้ทำงานเดิมๆ วนลูปไปอย่างนั้น มันก็น่าเบื่อนะ พอเบื่องาน บทสรุปก็คือลาออกจากงานนั่นแหละ เหตุผลที่ลาออกจากงาน เพราะอยากทำอะไรใหม่ๆ บ้าง เรียนรู้อะไรที่ไม่เคยรู้ อยากลองทำหน้าที่ที่ตื่นเต้นกว่าเดิม หรืองานที่ตื่นเต้นกว่านี้ ก็อยากจะย้ำอีกครั้งว่า ทำงานเดิมๆ ทุกวัน มันก็น่าเบื่อ แค่คิดว่าต้องทำสิ่งนี้ไปอีก 10 ปี ก็ไม่อยากจะทำแล้ว

แต่ประเด็นหลักอยู่ที่ว่า พนักงานในองค์กร ไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เลยต่างหาก ความจริงก็สามารถเรียนรู้ได้ตัวเองนะ แต่มันก็ต้องใช้ “เงิน” ถ้าอย่างนั้นคงจะดีกว่ามากๆ หากองค์กรสนับสนุน ให้พนักงานได้ พัฒนาตนเอง และมีโอกาสไดเติบโตในสายงานของตัวเอง หมายความว่า ถ้ามีกิจกรรมเวิร์คช้อป หรือคอร์สศึกษาความรู้ ฝึกทักษะในตำแหน่งงาน ก็คงจะเยี่ยมยอดแน่ๆ เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ แล้ว องค์กรยังได้ประโยชน์เหมือนกัน เมื่อพนักงานเก่งขึ้น มีทักษะที่ดีขึ้น ผลงานที่ได้ออกมาในขั้นตอนสุดท้าย ก็จะดีขึ้น เห็นไหม วิน-วิน กันทั้งคู่เลย

ไม่มีความสุขในการทำงาน ทุกอย่างก็พากันแย่ไปหมด ทั้งผลงานที่ทำออกมา สภาพจิตใจ ความสัมพันธ์ต่อเพื่อนร่วมงาน บางปัญหาเกิดขึ้นจากตัวพนักงานเอง ก็ต้องให้เขาจัดการเอง แต่บางปัญหาเกิดจากองค์กร องค์กรก็ต้องจัดการเหมือนกัน การคิดถึงปัญหาของพนักงาน และรีบแก้ไขคือความใส่ใจที่ดีที่สุด เมื่อความสุขในการทำงาน กลับคืนมา พนักงานลาออกบ่อยๆ ก็จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว

Kinkhao (Thailand) Co., LTD.

Kinkhao (Thailand) Co.,Ltd. (Head Office)
790/19, 1st Floor, No.19, Soi Sukhumvit 55 (Thonglor)
Klongtan Nuea, Wattana, Bangkok 10110
Tax ID: 0105559120641

Chat with us: www.fb.com/kinkao.co

Sales : 089-779-8168
Customers Service :083-702-4988